ล้างมือกันเถอะ!

ล้างมือ กันเถอะ!
ในช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาดอย่างหนักไปทั่วโลกในขณะนี้ การป้องกันโรคด้วยการ ล้างมือ เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราห่่างไกลเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย สารเคมีต่าง ๆ ที่จะเข้าสู่ร่างกายได้
แต่การล้างมือ ในทุก ๆ วันของเรานั้น “ล้างสะอาดแล้วจริงหรือ?”
6 ขั้นตอนการล้างมือให้ถูกวิธี จำง่าย ๆ เซฟรูปเก็บไว้เลย !
ขั้นตอนที่ 1 หน้า
ใช้สบู่ล้างมือฟอกด้านหน้าฝ่ามือ ง่ามนิ้วมือด้านหน้า ไปจนถึงข้อมือ
ขั้นตอนที่ 2 หลัง
ฟอกหลังฝ่ามือ ง่ามนิ้วมือด้านหลัง ไปจนถึงข้อมือ
ขั้นตอนที่ 3 ปั้น
ฟอกสบู่ล้างมือที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย โดยกำรอบนิ้วแล้วหมุนวนไปจนถึงปลายนิ้ว
ขั้นตอนที่ 4 โป้ง
ฟอกสบู่ล้างมือที่นิ้วโป้งทั้งสองข้าง โดยกำรอบนิ้วโป้งแล้วหมุนจนไปจนถึงปลายนิ้ว
ขั้นตอนที่ 5 ปลาย
ฟอกสบู่ล้างมือ บริเวณฝ่ามือและปลายนิ้วมือ ถูวนประมาณ 3-4 รอบ
ขั้นตอนที่ 6 ข้อ
ถูรอบ ๆ ข้อมือทั้งสองข้าง โดยการกำรอบข้อมือแล้วถูวนไปมาประมาณ 3-4 รอบ
เสร็จแล้วสบู่ออกจากมือด้วยน้ำเปล่า จนกว่าจะหมดความมันของสบู่ เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย

sexy gaming

ทำไมถึงควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ?

“มะเร็งเต้านม” เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย และจะมีความ เสี่ยงต่อโรค เมื่ออายุมากขึ้น หากพบเจอมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก และทำการรักษาทันทีจะมีโอกาสหายได้มากกว่า
หากคุณเข้าข่ายใน 5 ข้อนี้…อาจเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม
ผู้หญิงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป
มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งมาก่อน เสี่ยงต่อโรค เพราะมีปัจจัยเสี่ยงมากกว่าผู้อื่น
ไม่มีลูก หรือ มีลูกคนแรกหลังอายุ 30 ปี
ใช้ฮอร์โมนเพศหญิงนาน
อ้วน และดื่มแอลกอฮอล์มาก
ทำความรู้จักเทคโนโลยีใหม่ “ดิจิตอลแมมโมแกรม”
เทคโนโลยีตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยดิจิตอลแมมโมแกรม คือ การใช้รังสีเอกซเรย์เต้านมเพื่อค้นหาความผิดปกติ ความผิดปกติที่เห็นอาจจะเป็นลักษณะก้อน ความหนาแน่นของเต้านม การกระจัดกระจายของเนื้อเต้านมที่ผิดปกติไป หรืออาจพบหินปูนในเต้านม เป็นต้น ซึ่งสามารถตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เนื่องจากใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการควบคุม และใช้ตัวรับสัญญาณภาพชนิดดิจิตอล โดยข้อมูลภาพที่ได้จะส่งผ่านระบบคอมพิวเตอร์ไปปรากฏบนหน้าจอมอนิเตอร์ที่มีความละเอียดสูง จึงช่วยให้แพทย์ที่ทำการวินิจฉัยทราบผลได้ในทันทีโดยไม่ต้องรออ่านผล และวินิจฉัยจากฟิล์มเหมือนในอดีต ดังนั้น เครื่องเอกซเรย์เต้านมระบบดิจิตอลจึงสามารถตรวจหาความผิดปกติได้ดีกว่าการตรวจแบบเอกซเรย์ทั่วไป
4 ข้อดีของดิจิตอลแมมโมแกรม (Digital Mammogram)
คุณภาพของภาพเอกซเรย์ ภาพคมชัด สามารถแยกความแตกต่างของไขมัน และเนื้อเยื่อชนิดต่างๆ ของเต้านมได้ชัดเจน
ความแม่นยำ ผลถูกต้อง และแม่นยำได้สูงถึง 90%
ความปลอดภัย ถูกออกแบบเพื่อให้ผู้รับบริการได้รับปริมาณรังสีต่ำ (จากการศึกษาเปรียบเทียบกับ Mammogram ระบบเก่า พบว่าการรับรังสีของผู้รับบริการด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรม สามารถลดปริมาณรังสีลงจากเดิมประมาณ 30 – 60%)
ระยะเวลาในการตรวจรวดเร็ว ลดระยะเวลาในการตรวจเหลือเพียง 2 – 3 วินาที เนื่องจากมีการบันทึกภาพเต้านมแบบดิจิตอล ไม่ต้องเปลี่ยนฟิล์ม ทำให้สามารถมองเห็นภาพบนจอคอมพิวเตอร์ได้
Digital Mammogram ตรวจง่าย ไม่ยุ่งยาก
เมื่อต้องเข้ารับการตรวจ แนะนำให้ตรวจในช่วงหลังหมดประจำเดือน ไม่ควรนัดตรวจแมมโมแกรมในช่วงให้นมบุตร หรือเมื่อท่านรู้สึกคัด ตึงเต้านม หรือในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน เพราะจะทำให้เจ็บระหว่างตรวจมากกว่าช่วงเวลาอื่น นอกจากนี้ ในวันที่ตรวจไม่ควรทาแป้ง สารระงับกลิ่นกาย หรือโลชั่น บริเวณรักแร้ หรือทรวงอก เนื่องจากสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดจุดบนภาพ ทำให้การวินิจฉัยคลาดเคลื่อน
แจ้งผลการตรวจโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
รังสีแพทย์ จะทำการอ่านผลการตรวจให้แพทย์เจ้าของไข้ จากนั้นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจะเป็นผู้สรุปผลการตรวจให้ท่านทราบ หากมีความผิดปกติศัลยแพทย์จะสามารถให้คำปรึกษาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแนวทางการรักษาในลำดับต่อไป สำหรับท่านใดที่เคยตรวจแมมโมแกรม หรือดิจิตอลแมมโมแกรมมาแล้ว ควรนำภาพ และผลการตรวจเดิมมาด้วย เพื่อให้รังสีแพทย์ใช้เปรียบเทียบ

sexy gaming

DIGITAL MAMMOGRAM เทคโนโลยี ตรวจหามะเร็งเต้านม

ทำไม!! ต้องตรวจด้วย “ ดิจิตอลแมมโมแกรม ”
มะเร็งเต้านม ถือเป็นภัยเงียบที่ใกล้ตัวผู้หญิงอย่างเราๆ ที่เรียกว่าภัยเงียบเพราะมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรกมักไม่แสดงอาการ แต่จะชัดเจนก็ต่อเมื่อก้อนในเต้านมเกิดอักเสบ และลุกลามไปทั่วแล้ว ดังนั้นการตรวจคัดกรองเพื่อทราบถึงความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มแรก จะช่วยให้การจัดการโรคง่ายขึ้น และโอกาสที่ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีสูงขึ้น
ปัจจุบันโรงพยาบาลเปาโลพหลโยธิน ได้นำเครื่อง “ดิจิตอลแมมโมแกรม” เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวก สบาย และความแม่นยำที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรม จะบันทึกภาพเต้านมแบบดิจิตอล ทำให้สามารถมองเห็นภาพบนจอคอมพิวเตอร์แพทย์ผู้ตรวจสามารถ เรียกดูรูปจากหน้าจอในห้องตรวจได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
4 ข้อดีของดิจิตอลแมมโมแกรม (Digital Mammogram)
คุณภาพของภาพเอ็กซเรย์ ภาพคมชัด สามารถแยกความแตกต่างของไขมัน และเนื้อเยื่อชนิดต่างๆ ของเต้านมได้ชัดเจน
ความแม่นยำ ผลถูกต้อง และแม่นยำได้สูงถึง 90%
ความปลอดภัย ถูกออกแบบ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับปริมาณรังสีต่ำ (จากการศึกษาเปรียบเทียบ กับ Mammogram ระบบเก่า พบว่าการรับรังสีของผู้รับบริการด้วย เครื่องดิจิตอล แมมโมแกรม สามารถลดปริมาณรังสีลงจากเดิมประมาณ 30-60%)
ระยะเวลาในการตรวจ รวดเร็วสามารถถ่ายภาพ ลดระยะเวลาในการตรวจ เหลือเพียง 2 – 3 วินาที เนื่องจากไม่ต้องคอยเปลี่ยนฟิล์ม มีการบันทึกภาพเต้านมแบบดิจิตอล ทำให้สามารถมองเห็นภาพบนจอคอมพิวเตอร์ได้
ด้วยประสิทธิภาพของระดับภาพที่คมชัดจึงช่วยให้สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างเนื้อเยื่อบริเวณเต้านมที่มีความหนาแน่นแตกต่างกันได้อย่างชัดเจนสามารถเห็นจุดหินปูนหรือเนื้อเยื่อที่ผิดปกติขนาดเล็ก ทำให้สามารถระบุตำแหน่งและค้นหาความผิดปกติของเต้านมได้อย่างถูกต้อง แม่นยำภายในเวลาที่รวดเร็ว อีกทั้งปัญหาเรื่องความเจ็บปวดเต้านมระหว่างการทำดิจิตอลแมมโมแกรมจะน้อยมาก เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้ในการกดเต้านม จะค่อยๆ กดลงมาที่บริเวณเต้านมอย่างนุ่มนวลดังนั้น ดิจิตอลแมมโมแกรมจึงนับว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยลดจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมได้
รู้หรือไม่ว่า ..มะเร็งเต้านมจัดเป็นโรคยากจะระบุถึงสาเหตุและวิธีการป้องกัน อีกทั้งจะไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ จึงเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิต ในผู้หญิงทั่วโลก
ใครบ้างที่ควรตรวจ
ผู้หญิงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจเต้านมเป็นประจำทุกปี
มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งมาก่อนต้องเข้ารับการตรวจเต้านมก่อนวัย 35 ปีเนื่องจากพบปัจจัยเสี่ยงมากกว่าผู้อื่น
ไม่มีลูก หรือ มีลูกคนแรกหลังอายุ 30 ปี
ใช้ฮอร์โมนเพศหญิงนาน
อ้วน และ ดื่มแอลกอฮอล์มาก
ตรวจเต้านมด้วยดิจิตอลแมมโมแกรม ต้องเตรียมตัวอย่างไร
1.ควรงดทาเครื่องสำอางหรือแป้งบริเวณต่ำกว่าคอลงมาไม่ควรทาแป้ง, สารระงับกลิ่นกายและโลชั่นบริเวณรักแร้หรือทรวงอก เนื่องจากสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดจุดบนภาพทำให้การวินิจฉัยคลาดเคลื่อน
2.ไม่ควรนัดตรวจในช่วงให้นมบุตรหรือเมื่อท่านรู้สึกคัดตึงเต้านม หรือในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน เพราะจะทำให้ท่านเจ็บระหว่างตรวจมากกว่าช่วงเวลาอื่นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจดิจิตอลแมมโมแกรม คือ ช่วงหลังหมดประจำเดือน
3.สำหรับท่านที่เคยตรวจแมมโมแกรม หรือดิจิตอลแมมโมแกรมควรนำภาพ และผลการตรวจเดิมมาด้วย เพื่อให้แพทย์ใช้เปรียบเทียบ
4.หากสงสัยว่าอาจจะตั้งครรภ์ หรือมีการเสริมเต้านมต้องแจ้งเจ้าหน้าที่หรือแพทย์ก่อนตรวจทุกครั้ง

sexy gaming

โรคติ่งถุงเนื้อ (อักเสบ) ในลำไส้ใหญ่

ติ่งเนื้ออักเสบใน ลำไส้ใหญ่ คืออะไร
หลายคนมีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ซึ่งยื่นออกมาจากเนื้อเยื่อบริเวณที่บอบบาง ติ่งเนื้อนี้หากเป็นหลายแห่งในลำไส้ใหญ่ เรียกว่า Diverticulosis ภาวะนี้พบได้บ่อยขึ้นในคนสูงอายุและหากเกิดการติดเชื้ออักเสบที่ติ่งเนื้อขึ้นมา เรียกว่า โรคติ่งเนื้ออักเสบในลำไส้ใหญ่
อาการของโรค
ติ่งเนื้อที่ปลายลำไส้ใหญ่นี้จะไม่เป็นอันตรายใดๆ ต่อร่างกายและไม่มีอาการผิดปกติ การที่เรามีอาการ เช่น ท้องผูก มีแก๊สในกระเพาะอาหาร เป็นตะคริวในช่องท้อง หรือเป็นโรคลำไส้ทำงานแปรปรวน (IBS: lrritable Bowel Syndrome) ไม่ได้เกิดจากติ่งเนื้อปลายลำไส้ใหญ่ หากเกิดการอักเสบจะมีอาการดังนี้ ปวดท้อง ตำแหน่งที่พบบ่อยคือปวดท้องบริเวณท้องน้อยด้านซ้าย เป็นไข้ คลื่นไส้ อาเจียน หนาวสั่น ปวดท้องบีบเกร็งไม่ถ่าย ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา
สาเหตุของโรค
ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดติ่งเนื้อ แต่สันนิษฐานว่าเกิดจากการได้รับเส้นใยอาหารต่ำ โดยเฉพาะประชากรในประเทศอุตสาหกรรมพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลีย แต่พบผู้ที่มีอาการนี้ได้น้อยมากในแถบเอเซียและแอฟริกา ซึ่งประชากรบริโภคผักผลไม้ทีมีเส้นใยสูง อาการท้องผูก ทำให้เกิดการเกร็งบริเวณลำไส้ใหญ่ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เนื้อเยื่อที่บอบบางโป่งพองออกมากลายเป็นติ่งเนื้อ ส่วนสาเหตุของการติดเชื้อและการอักเสบอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียอยู่ในลำไส้ใหญ่
การแก้ไข
ฉีดยาปฎิชีวนะเข้าไปในเส้นเลือดดำ เพื่อบรรเทาอาการอักเสบ แต่ถ้ามีอาการรุนแรงมากอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อตัดส่วนที่อักเสบนั้นออกไป

sexy gaming

เช็คสุขภาพลำไส้ด้วยการ “ส่องกล้องคัดกรอง”

แม้ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด แต่มีบางปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งชนิดนี้ นั่นคือพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ การหันมารับประทานอาหารแบบตะวันตกมากขึ้น เช่น เบเกอรี่ สเต็ก อาหารประเภทให้ความหวานมากๆ และรับประทานผัก ผลไม้น้อย
อีกทั้งสภาวะแวดล้อมที่หลายๆ คนต้องเผชิญ เช่น ความรีบเร่งจากการทำงาน ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ อีกปัจจัยอีกหนึ่ง คือ พันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดโดยยีน
มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นโรคมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ และการตรวจคัดกรองเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ช่วยป้องกัน โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และสามารถแยกเนื้องอกที่กำลังจะกลายเป็นมะเร็งได้ แนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองทั้งผู้ชายและผู้หญิงเมื่ออายุ 50 ปี

– การตรวจหาเลือดในอุจจาระ (fecal occult blood test: FOBT) สามารถตรวจได้ว่ามีเนื้องอกหรือเป็นมะเร็งหรือไม่ การตรวจด้วยวิธีนี้เป็นประจำทุกปีจะช่วยลดการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
– การตรวจส่องกล้องคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เป็นการตรวจคัดกรองแบบมาตรฐานสากล โดยเกณฑ์ของสมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหาร ประเทศสหรัฐอเมริกาได้กำหนดไว้ เพศชายและหญิงอายุ 50 ปี ทุกคนต้องตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้อง แต่หากมีพ่อ แม่ ญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ให้ใช้หลักโดยการนำอายุขณะที่ญาติเป็น ลบด้วย 10 เช่น แม่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่ออายุ 50-10 = 40 ปี ดังนั้นลูกต้องเข้ารับการส่องกล้องตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่ออายุ 40 ปี เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นและแนะนำตรวจ ทุก 5 ถึง 10 ปี
– การใช้สารทึบแสงแบเรียมร่วมกับการถ่ายภาพด้วยรังสีเอกซเรย์ CT scan (double contrast barium enema: DCBE) จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถทนการตรวจด้วยวิธีส่องกล้องได้

เหตุผลที่ควรส่องกล้องคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)
วิธีการตรวจส่องกล้องคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) จะช่วยให้เห็นภาพภายในลำไส้ใหญ่ทั้งหมดและสามารถเก็บชิ้นเนื้อที่สงสัยส่งตรวจ โดยให้ข้อมูลที่มีความแม่นยำ วิธีการคือแพทย์จะใช้กล้องพิเศษที่มีลักษณะเป็นท่อยาวเล็กๆ สอดผ่านทวารหนักเพื่อผ่านเข้าไปในลำไส้ใหญ่ ทำให้แพทย์สามารถเห็นรายละเอียดต่างๆ ตลอดทั้งลำไส้ใหญ่และลำไส้เล็กส่วนปลายได้ อีกทั้งแพทย์สามารถตัดชิ้นเนื้อนั้นออกมาตรวจได้โดยตรง
สิ่งที่ตรวจพบได้จากการส่องกล้อง
– ริดสีดวงทวาร
– ลำไส้อักเสบ
– ติ่งเนื้อ
– ถุงโป่งจากลำไส้ใหญ่ (Diverticulum)
– เนื้องอก
มะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากติ่งเนื้อ (polyps) เป็นเซลล์เนื้อที่ผิดปกติงอกจากผนังลำไส้ ซึ่งจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ ติ่งเนื้องอก (polyps) จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเป็นเนื้อเยื่อที่มีความผิดปกติร้ายแรงมากขึ้น ถ้าทิ้งไว้นานขึ้น แต่หากตรวจพบแต่เนิ่นๆ และกำจัดออกได้ก่อนก็จะหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นเนื้อร้ายได้
6 ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนส่องกล้องคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ( Colonoscopy)
1. รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย ในช่วง 3 วันก่อนตรวจ
2. งดรับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่มีเส้นใย
3. รับประทานยาระบายให้ตรงตามจำนวน และเวลา ตามที่แพทย์สั่ง
4. ควรดื่มน้ำ 1 แก้ว ทุกครั้งที่ถ่ายอุจจาระ
5. คืนก่อนวันตรวจ งดอาหาร และน้ำดื่ม จนกว่าจะทำการตรวจ
6. ควรมีญาติมาด้วย ในบางรายแพทย์อาจให้ยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำ เพื่อลดความรู้สึกตึงแน่นในท้องจากการเป่าลมเข้าไปเพื่อให้ลำไส้ขยายตัวออกเหมือนลูกโป่งที่พองตัว เพื่อให้แพทย์ได้เห็นความผิดปกติภายในได้อย่างละเอียด ใช้ระยะเวลาในการทำโดยเฉลี่ย 15 – 30 นาที
ภายหลังการตรวจ อาจเกิดอาการ ดังนี้
1. แน่น อึดอัดท้อง จะทุเลาลง เมื่อได้ผายลม
2. เจ็บบริเวณท้องน้อย หรือทวารหนัก อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ทุเลาลงและหายไป ในช่วงระยะ 2-3 ชั่วโมงแรกหลังการส่องกล้อง ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรับประทานอาหาร กลับบ้าน หรือปฏิบัติภารกิจได้ตามปกติ
3 วิธีการดูแลตนเองหลังการส่องกล้อง
1. อาหารมื้อแรกหลังการส่องกล้อง ควรเลือกเป็นอาหารอ่อนในปริมาณไม่มาก เช่น ข้าวต้ม หรือโจ๊ก หลีกเลี่ยงอาหารมันอาหารรสจัด หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
2. หลังทานอาหารควรลุกขึ้นเดินช้าๆ ประมาณ 10-15 นาที เพื่อช่วยให้ลำไส้บีบตัวได้ดีขึ้น
3. ในกรณีที่ได้รับการตัดติ่งเนื้อหรือเนื้องอกในลำไส้ ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก การเบ่งถ่าย หรือการออกกำลังกายที่ต้องเกร็งหน้าท้องในช่วงสัปดาห์แรก

sexy gaming

ไข้หวัด VS Covid-19

ไข้หวัด VS Covid-19 ความเหมือนที่แตกต่าง

Covid-19 ความเหมือนที่แตกต่าง การแพร่ระบาดแบบเวิลด์ทัวร์( World tour) ของ Covid-19 ทำให้องค์กรอนามัยโลก (WHO) ต้องออกมาประกาศว่าการระบาดของ Covid-19 นั้นอยู่ในระดับ Pandemic หรือการแพร่ระบาดในวงกว้างที่ส่งผลไปทั่วโลก ซึ่งเราผ่านวิกฤตแบบนี้มาแล้วในการระบาดของโรคเอดส์ และ ไข้หวัดนก (H1N1) ในอดีตนั่นเอง

แต่ด้วยความที่เป็นไวรัสสายพันธ์ใหม่ เราจึงมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย วันนี้เราได้เลือกคำถามที่พบบ่อยของ Covid-19 มารวมไว้ที่นี่แล้ว
Q : ไข้หวัด กับ Covid-19 มาจากไวรัสตัวเดียวกันใช่ไหม ?

A : คำตอบคือถูกต้อง Coronaviruses (CoV) เป็นเชื้อไวรัสตระกูลใหญ่ ที่เป็นอันตรายต่อทั้งคนและสัตว์ โดยเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ อันได้แก่ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โรคทางเดินหายใจรุนแรงเฉียบพลัน (SARS) ในปี 2002 และโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS) ในปี 2012 เป็นต้น แต่เจ้าโควิด-19 นี้ กลายพันธุ์ออกมาเพื่อความอยู่รอด จึงทำให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดทั่วไป ไม่สามารถได้ผลกับ Covid-19 ตัวนี้

Q : เชื้อไวรัสโควิด-19 มีชีวิตอยู่ในอากาศ สิ่งของต่าง ๆ ได้นานกี่วัน ?

A : ยังไม่มีวิจัยที่แน่ชัดว่ากี่วัน ขึ้นอยู่กับสภาพของวัตถุ และ อุณหภูมิ แต่โดยทั่วไปเชื้อไวรัสโควิดลอยอยู่ในอากาศได้ประมาณ 5 นาทีก็จะตกสู่พื้น แต่เชื้อไวรัสจะยังอยู่ได้บนพื้นต่ออีกหลายชั่วโมง และในอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียสนั้น สามารถอยู่ได้นานถึง 1 เดือนเลยทีเดียว
Q : อาการแตกต่างจากไข้หวัดตรงไหน ?

A : อาการโดยรวมคล้ายไข้หวัดใหญ่ มีไข้สูง น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ บางราย คลื่นไส้ อาเจียน แต่อาการที่แตกต่างจากไข้หวัดใหญ่ก็คือ มีอาการทางเดินหายใจผิดปกติร่วมด้วย เช่น อาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อย ไอแห้ง หรือ บางรายที่อาการรุนแรงจะมีภาวะปอดบวมร่วมด้วย

Q : ตรวจหาเชื้อตอนไหนดี ?

A : มีอาการป่วย หรือ สัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง

Q : ผู้ป่วยที่รักษาจนหายแล้ว มีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้ไหม ?

A : สามารถกลับมาเป็นอีกได้ หากไม่ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง แต่ในรายงานสถานการณ์ตอนนี้ มีผู้ป่วยที่กลับมาป่วยซ้ำน้อยมาก

sexy gaming

SOCIAL DISTANCING รัก กัน ให้ ห่าง กัน

SOCIAL DISTANCING รัก กัน ให้ ห่าง กัน

สถานการณ์ปัจจุบันสร้างความวิตกกังวลทั้งเรื่องโรคระบาดโควิด-19 ว่าที่เห็นปกติ ๆ นี่ติดหรือยังนะ หรือจะเรื่องการเดินทาง เช่นการใช้ขนส่งสาธารณช่วงเช้า คนก็จะเยอะ ๆ เบียด ๆ มีใครป่วย ติดเชื้อ ในนี้ไหมนะ

เหมือนชีวิตอยู่บนความเสี่ยงทุกครั้งที่ออกจากบ้านเลย
ในเมื่อเราไม่รู้ว่าเราติดเชื้อโควิด-19 หรือยัง และใครที่เป็นบ้าง การรักษาระยะห่างและการชีวิตให้ถูกสุขลักษณะดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้
How to social distancing
เลี่ยงเข้าพื้นที่เสี่ยง เช่น โรงพยาบาล งานคอนเสิร์ต หรือ ตลาดนัดต่าง ๆ หากมีความจำเป็นต้องไปควรสวมหน้ากากอนามัย สัมผัสพื้นที่สาธารณะ เช่น ราวระเบียง ลูกบิด เท่าที่จำเป็น
งดการเข้าสังคม งานบวช งานแต่ง มีทติ้งต่าง ๆ ช่วงนี้อาจจะต้องงด หรือพยายามเลี่ยงให้มากที่สุด อาจต้องเปลี่ยนเป็นการส่งการ์ดอวยพร หรือซองช่วยงาน ช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างนี้ไปก่อน
อาหารจานพิเศษที่มีเพียงคุณเท่านั้น จานพิเศษในที่นี้หมายถึง การทานอาหารแบบจานต่อจาน ตักข้าวและกับข้าวมาให้ครบในจานเดียว การทานอาหารร่วมโต๊ะ ร่วมช้อนอาจทำให้เราเสี่ยงต่อโรคระบาดได้
ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ หลาย ๆ บริษัทสามารถให้พนักงาน Work from Home ได้แล้ว หรือบางคนที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน 14 วัน ก็ต้องใช้เทคโนโลยีในมือให้เป็นประโยชน์ การประชุมด้วยแอพพลิเคชั่นบนมือถือก็ทำได้แล้วในปัจจุบัน
นั่ง ยืน เดิน กันห่าง ๆ เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอ หรือออกไปข้างนอก เราควรรักษาระยะห่างในทุกอิริยาบถ เพื่อป้องกันทั้งตัวเองและผู้อื่นด้วย

รักษาระยะห่าง ในการใช้ชีวิตประจำวันอาจจะยาก แต่ในตอนนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ เพื่อลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 และรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

sexy gaming

อ้วนมาก น้ำหนักเกิน สัญญาณเตือนเสี่ยง “มะเร็ง”

เนื่องจากการเกิดมะเร็ง ไม่ได้มาจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แต่เกิดจากหลายๆ ปัจจัยร่วมกัน ตั้งแต่เรื่องของอายุ พฤติกรรมการกิน ความเครียด ฯลฯ แต่หนึ่งสาเหตุที่หลายคนอาจไม่คาดคิดนั่นคือ “ความอ้วน” ก็ทำให้เป็นมะเร็งได้เช่นกัน
ความอ้วน VS มะเร็ง
นับวันความอ้วนดูจะเป็นศัตรูตัวร้ายของสุขภาพมากขึ้นทุกวันถ้าเราไม่ดูแล พฤติกรรมการกิน ไม่ใช่แค่รูปร่างที่ไม่สมส่วนดูแล้วไม่สวยงามเท่าที่ควร แต่ความอ้วนยังนำพามาทั้งโรคภัยไข้เจ็บมากมาย รวมไปถึงเป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งด้วยเช่นกัน

ความอ้วน = คอเลสเตอรอลสูง : ในคนที่มีภาวะน้ำหนักเกินมักเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งทำให้ร่างกายสะสมไขมัน โดยเฉพาะไขมันตัวที่ไม่ดี และทำให้มีภาวะคอเลสเตอรอลสูง เท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
ระดับอินซูลินในเลือดสูง : คนที่อ้วนแล้วลงพุง มักทำให้ระดับอินซูลินในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสามารถหายได้หากมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากปล่อยทิ้งไว้ก็มีแต่จะยิ่งสะสมให้อ้วน และระดับอินซูลินสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งระดับอินซูลินนี้มีผลกระตุ้นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งนั่นเอง
แบบไหนเรียกว่า “ภาวะอ้วน”
วัดค่าง่ายๆ ด้วยการคำนวณจากน้ำหนัก และส่วนสูงที่ได้มาเป็นค่า BMI (Boby Mass Index) หรือ “ดัชนีมวลกาย” นั่นเอง วิธีการคำนวณ คือ น้ำหนัก % ส่วนสูง ซึ่งถ้าค่า BMI ตั้งแต่ 25-29.9 คือจุดเริ่มต้นของคนที่น้ำหนักเกิน และหากค่า BMI มากกว่า 30ขึ้นไป ก็เท่ากับอยู่ในภาวะอ้วนแล้วนั่นเอง (ค่า BMI นี้เหมาะสำหรับคนอายุ 20 ปีหรือมากกว่าขึ้นไป)
Did you know?
เมื่อปี ค.ศ.2002 มีผู้ป่วยเป็นมะเร็งประมาณ 41,000 คน ในสหรัฐอเมริกา ที่มีสาเหตุเกิดจากความอ้วน

sexy gaming

7อาหารก่อมะเร็ง ไม่อยากเสี่ยง…ต้องรีบหยุด!!

เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็กลัวเป็นมะเร็ง นอกจากการป้องกันแล้ว บางทีก็ลืมไปว่าพฤติกรรมการกินหลายๆ อย่างของเรา ที่เสี่ยงทำให้เกิดมะเร็งตามมา เราเลยลิสต์ 7 สารก่อมะเร็ง ที่รู้แล้วต้องเลี่ยงด่วน
อาหารเหล่านี้ กินบ่อยๆ ยิ่งเข้าใกล้ “มะเร็ง”
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ให้ข้อมูลว่า ทุกวันนี้เรามีโอกาสเจอสารก่อมะเร็งปนเปื้อนในอาหาร และเครื่องดื่มที่เรากินกันเป็นประจำค่อนข้างมาก นอกจากอาหารปิ้งย่างแล้ว ยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่
อาหารสำเร็จรูป ยิ่งทุกวันนี้ความเร่งรีบทำให้หลายๆ คนต้องใช้ชีวิตอย่างรีบร้อน แม้แต่อาหารก็ต้องรับประทานแบบ “สำเร็จรูป” โดยไม่รู้เลยว่าสารอาหารเหล่านั้นต้องพึ่งพาสารกันบูด เพื่อให้อาหารมีอายุยาวนาน และบางครั้งอาจเป็นอาหารที่ต้องใช้โซเดียมสูง เป็นสารอาหารที่ไม่มีประโยชน์กับร่างกายเท่าที่ควร ยิ่งรับประทานบ่อยๆ ก็ยิ่งสะสม และนำมาซึ่งสารเคมีในร่างกายมากมายที่กลายเป็นมะเร็งได้ในที่สุด

อาหารหมักดอง ขึ้นชื่อว่าหมักดองก็ย่อมแปลว่า ไม่ใช่อาหารสด ต้องผ่านกระบวนการ หรือใส่เคมีบางอย่างเพื่อให้อาหารนั้นมีอายุยาวนานเช่นกัน ไม่เช่นนั้นก็ต้องมีโซเดียมสูงมาก หากรับประทานบ่อยๆ เข้ามีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งตามมา
อาหารปิ้งย่าง โดยเฉพาะอาหารปิ้งย่างที่ไหม้เกรียม หรือย่างจนสุกเกินไป การรับประทานอาหารปิ้งย่างบ่อยๆ เป็นการสะสมไฮโดรคาร์บอนเข้าไปในร่างกายโดยไม่รู้ตัว ซึ่งสารนี้ คือสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งนั่นเอง
สารทดแทนความหวาน เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลายคนเป็นมะเร็งไม่รู้ตัว เนื่องด้วยกลัวความอ้วน กลัวน้ำตาลสะสม เลยเลี่ยงไปรับประทานสารทดแทนความหวานมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วสารนี้ก็คือสารเคมีชนิดหนึ่งที่หากร่างกายสะสมมากๆ เข้า และไม่สามารถกำจัดออกจากร่างกายได้ ก็มีโอกาสกลายเป็นสารมะเร็งได้เช่นกัน
อาหารที่มีไขมันสูง หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คนเป็นมะเร็ง คือการทานอาหารที่มีไขมันสูง ยิ่งสะสมนานวันเข้า ไขมันไม่ดีที่ว่านี้ก็จะกลายเป็นคอเลสเตอรอลที่ทำลายระบบร่างกาย และยังทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายรวน เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง
อาหารทอดที่มีการใช้น้ำมันซ้ำๆ รู้หรือไม่ว่า น้ำมันที่เสื่อมสภาพ และยังนำมาทอดซ้ำๆ แม้อาหารจะยังกรอบเหมือนเดิม แต่ก็แฝงไปด้วยอันตรายโดยไม่รู้ตัว เพราะนอกจากทำให้ไขมันในเลือดสูง ยังทำให้เราได้รับสารก่อให้เกิดมะเร็งได้ทุกครั้งที่รับประทานน้ำมันเสื่อมสภาพนี้
เนื้อแดง เนื้อแดงส่วนใหญ่จะผ่านการฉีดสารกันบูด เพื่อช่วยยืดอายุของอาหารให้นานขึ้น แต่ในปัจจุบันแม้แต่ปลาก็ยังมีความเสี่ยง เพราะใส่สารให้สี สารเร่งโตให้กับปลา ซึ่งสารเหล่านี้ คือสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง
Do’s
เริ่มต้นการดูแลตัวเองกันใหม่ ด้วยวิธีเหล่านี้
รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ
เลือกวัตถุดิบสด สะอาด ปราศจากการสะสมของสารเคมี
เลี่ยงการทานอาหารที่มีไขมันสูง และโซเดียมสูง

sexy gaming

โรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาไวต่อสารที่ก่อให้เกิด โรคภูมิแพ้ หรือสารระคายเคือง ซึ่งจะทำให้เกิดอาการแพ้ โรคชนิดนี้มักไม่ค่อยรุนแรงถึงชีวิต แต่จะส่งผลรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือทำงาน ภูมิแพ้เป็นโรคที่พบมากในประชากรทั่วโลก สำหรับประเทศไทยนั้น จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี
อาการของโรคภูมิแพ้
มีผื่นที่ผิวหนัง เช่นผื่นแพ้ ลมพิษ คันตามผิวหนัง
คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม
ไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด โรคหอบ หืด
เคืองตาและตาแดง คัดจมูก
บวมรอบปาก อาเจียน และถ่ายเหลว
แสบคอ น้ำมูกไหลลงคอ หูอื้อ
โรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หากไม่ได้รับการรักษาหรือปล่อยให้มีอาการเวลานานๆ อาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น ไซนัสอักเสบ ริดสีดวงจมูก นอนกรน ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ผิวหนังติดเชื้อ คออักเสบ ไอเรื้อรัง หูชั้นกลางอักเสบ ปวดหู หูอื้อ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดอาการโรคภูมิแพ้ได้ง่าย หรือมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น อากาศหนาว อาการเปลี่ยน หรือมลพิษในอากาศ
สาเหตุ ของโรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้ไม่ใช่โรคติดต่อแต่เกิดจากปัจจัยสำคัญ 2 อย่าง คือ
กรรมพันธุ์ กรณีที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้คือสิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าบุคคลนั้นจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นภูมิแพ้ได้ง่าย เพราะภูมิแพ้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ ถ้าพ่อ หรือแม่เป็น ลูกก็จะมีโอกาสป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ได้ประมาณ 30% แต่ถ้าหากทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ทั้งคู่ ลูกที่เกิดจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้สูงถึง 60-70 %
สิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมากเพราะสารก่อภูมิแพ้ที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรา เกิดจากภาวะแวดล้อมทั้งสิ้น ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่นการหายใจ การรับประทานอาหาร หรือแม้กระทั่งการสัมผัสสารที่ร่างกายได้รับ หรือสัมผัสแล้วทำให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ตามมา ที่พบบ่อย ได้แก่ ไรฝุ่น ละอองเกสร เชื้อรา อาหารบางชนิด เช่น นมวัว ไข่ขาว อาหารทะเลนอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งเสริมให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ ได้แก่ อากาศเปลี่ยน การสัมผัสสารระคายเคือง เช่น ควันธูป ควันบุหรี่
การทดสอบภูมิแพ้ (Allergy Skin Prick Test)
เมื่อร่างกายเกิดโรคภูมิแพ้ เราจำเป็นต้องทราบว่าร่างกายแพ้สารก่อภูมิแพ้ชนิดใด เพราะการรักษาที่ดีสุด คือการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ การทดสอบภูมิแพ้เป็นการทดสอบภูมิแพ้ต่อสารชนิดต่างๆ ทางผิวหนัง โดยแพทย์จะเป็นผู้ทำการทดสอบด้วยน้ำยาทดสอบภูมิแพ้โดยเฉพาะ ซึ่งทำให้ทราบว่าผู้ป่วยมีอาการแพ้สารใดบ้าง เช่น แมลงสาบ ขนแมว ไรฝุ่น เชื้อรา ขนสุนัข เกสร หญ้า ฝุ่นบ้าน และแพ้อาหารต่างๆ เป็นต้น ซึ่งการทดสอบชนิดนี้ไม่ทำให้คนไข้เกิดความรู้สึกเจ็บปวด และแพทย์ก็สามารถแจ้งผลการตรวจให้คนไข้ทราบได้ทันที
การรักษาภูมิแพ้
หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ และสารระคายเคือง เนื่องจากการรักษาที่ดีที่สุดของโรคภูมิแพ้ คือการหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็จำเป็นต้องใช้ยาเพื่อการรักษา หรือเพื่อบรรเทาและควบคุมอาการที่จะเกิดขึ้น
การใช้ยารักษา แพทย์จะวินิจฉัยและจ่ายยาให้ผู้ป่วยอย่างเหมาะสม เพื่อบรรเทาและควบคุมอาการที่จะเกิดขึ้น ผู้ที่มีอาการคัดจมูกมากอาจจะต้องใช้ยาลดอาการคัดจมูก สำหรับผู้ที่มีอาการเรื้อรังอาจจะต้องใช้ยาพ่นจมูก
การฉีดวัคซีนรักษาโรคภูแพ้ โดยผู้ป่วยจะได้รับการฉีดสารก่อภูมิแพ้เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันชนิด IgG การฉีดจะเลือกฉีดเฉพาะสารก่อภูมิแพ้ที่ทดสอบทางผิวหนังแล้วพบว่าแพ้ จากนั้นแพทย์จะเพิ่มขนาดยาตามตารางเวลา ซึ่งผลข้างเคียงจากการฉีดจะมีรอยผื่นแดง ผื่นคัน นานประมาณ 4-8 ชั่วโมง ส่วนผลข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น คือ การคัดจมูก น้ำมูกไหล อาการเหล่านี้มักจะเกิดภายใน 30 นาทีหลังฉีด มีส่วนน้อยที่อาจจะแพ้ยาที่ฉีดชนิดรุนแรง แต่อาการมักเป็นชั่วคราวและหายได้หลังจากแพทย์ให้ยาแก้แพ้
การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้
หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสาร หรือสิ่งที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้
ดูแลร่างกายให้สดชื่น แข็งแรงอยู่เสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และควรออกกำลังกายเป็นประจำ
ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำเมื่อมีน้ำมูกเรื้อรัง
ปฏิบัติตามคำแนะนำและรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง พบแพทย์เมื่อมีอาการแทรกซ้อนระหว่างการรักษา เช่น มีไข้ น้ำมูก ไอมีเสมหะ หอบ เป็นต้น

sexy gaming