อย่างเข้าใจ กินหวาน อ่อนหวานก็แข็งแรงได้

อาหารแทบจะทุกชนิดจะมีน้ำตาลตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพื่อให้เราได้รับน้ำตาลในปริมาณที่พอเหมาะ การ กินหวาน จึงควรควบคุมปริมาณน้ำตาลที่เติมเพิ่มในอาหาร และเครื่องดื่ม และเลือกกินอาหารที่มีน้ำตาลที่พอเหมาะ และหมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ ความหวานในอาหารมาจาก 2 แหล่งใหญ่ คือ น้ำตาลที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และ น้ำตาลที่เติมเพิ่ม

ในแต่ละวันอาหารที่เรากินมีน้ำตาลตามธรรมชาติอยู่แล้ว จึงควรหันใส่ใจดูแลปริมาณน้ำตาลที่เติมเพิ่มในอาหาร และเครื่องดื่มให้มากขึ้น โดยเฉพาะการปลูกฝังให้เด็กๆ บริโภคน้ำตาลในปริมาณที่พอดี ดูแลเรื่องสมดุลโภชนาการ และหาเวลาทำกิจกรรมการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเรา กินหวาน เราต้องมั่นตรวจสอบร่างกายของเราเพราะถ้าเราไม่ตรวจสอบอาจเกิดโรคภัย

น้ำตาลที่เราคุ้นเคย น้ำตาลในอาหาร เป็นสารอาหารกลุ่ม “คาร์โบไฮเดรต” ถือเป็นแหล่งพลังงานพื้นฐานของร่างกาย ร่างกายแปลงความหวานเป็นพลังงานหลักในการดำเนินชีวิต และทำกิจกรรมต่างๆ ดังนั้นหากเราเลือก และกำหนดปริมาณน้ำตาลให้พอเหมาะ ความหวานก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

หวานธรรมชาติ..ดีตั้งแต่เด็ก
อาหารที่มีน้ำตาลสูงเป็นของโปรดของใครหลายคน โดยเฉพาะเด็กๆ ซึ่งแน่นอนความชอบอาหารหวาน และอาหารที่มีน้ำตาลสูงนั้น มักเริ่ม และถูกปลูกฝังมาตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กไทยติดหวาน ผู้ปกครองควรหันมาใส่ใจดูแล ลดการจัดขนม และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงให้กับเด็ก

ทำความรู้จัก รสหวานมาจากไหน
น้ำตาลที่เราได้รับแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลักคือ น้ำตาลที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และ น้ำตาลที่เติมเพิ่ม เช่น น้ำตาลทราย ซึ่งน้ำตาลทั้ง 2 ชนิดให้พลังงานเหมือนกัน แต่น้ำตาลที่มีอยู่ตามธรรมชาติ จะมีความหวานน้อยกว่า และได้ประโยชน์อื่นๆ ที่มาจากอาหารนั้นด้วย

น้ำตาลที่มีอยู่ตามธรรมชาติความหวานที่มาพร้อมประโยชน์
อันที่จริงน้ำตาลมีประโยชน์ต่อร่างกาย หากได้รับในปริมาณที่พอเหมาะพอดี การกินหวานให้ได้ประโยชน์นั้น ควรเน้นเลือกแหล่งความหวานจากธรรมชาติ เช่น ผักและผลไม้ ผลิตภัณฑ์นม ข้าว ธัญพืช มอลต์ เป็นต้น
ถึงอาหารเหล่านี้จะมีน้ำตาลที่มีอยู่ตามธรรมชาติอยู่ แต่เมื่อกินเข้าไปร่างกายจะได้รับสารอาหารอื่นๆ ที่มีประโยชน์อย่าง วิตามิน แร่ธาตุ สารอาหารต่างๆ และใยอาหารเข้าไปด้วย อ่านเพิ่มเติม

6 นิสัย ทำลายสุขภาพ ในช่วง Work from home

เมื่อบริษัทหรือที่ทำงานอนุมัติให้ทำงาน Work from home อยู่ที่บ้านนาน ๆ หลายคนก็อาจจะมีนิสัยเสียบางอย่างที่ทำเป็นประจำจนเคยชิน จนกลายเป็น นิสัย ทำลายสุขภาพ โดยไม่รู้ตัว มาดูกันว่ามีนิสัยไหนที่ตรงกับตัวเราบ้าง รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมแก้ไข ปรับพฤติกรรม เพื่อสุขภาพที่ดี พร้อมทำงานที่บ้านได้อย่างมีความสุข

นอนดึก ตื่นสาย
พอไม่ต้องเข้าออฟฟิศ หลาย ๆ คนก็เปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเอง จากที่เคยนอนเร็ว เพื่อที่จะตื่นเช้าไปทำงาน ก็คอย ๆ กลายเป็นนอนดึก ตื่นสาย แถมบางคนนอนเกือบเช้าเลยด้วยซ้ำ บางคนอาจคิดว่า แค่นอนให้ครบวันละ 6 – 7 ชั่วโมง ก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว เพราะฉะนั้นจะนอนกี่โมงก็ได้ ขอแค่นอนครบจำนวนชั่วโมง จนไม่รู้สึกง่วง อ่อนเพลียแล้ว ก็เพียงพอ แต่ที่จริงแล้ว ช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนเป็นต้นไป เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของเราเริ่มหลั่งฮอร์โมนที่สำคัญ ซึ่งจะหลั่งออกมาในเวลาที่เรานอนหลับสนิท หากในช่วงเวลาดังกล่าว เรายังไม่นอน จะทำให้ฮอร์โมนหลั่งไม่เป็นปกติ และอาจ ทำลายสุขภาพ ของเราได้
กินมื้อดึก
พอเรานอนดึก เราก็มักจะหิวตอนดึก ๆ ไปด้วย ยิ่งเห็นเพื่อนโพสต์รูปอาหารตอนดึก ๆ ก็ยิ่งชวนให้รู้สึกหิวเข้าไปใหญ่ จนต้องกิแอบนมื้อดึกตามไปด้วย การกินมื้อดึกเป้นประจำเช่นนี้ จะทำให้เราอ้วนง่ายขึ้น
ไม่ออกกำลังกาย
ช่วงที่ไปทำงานที่ออฟฟิศตามปกติ เรามักจะคิดว่า เราไม่มีเวลาออกกำลังกาย เลยผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย ๆ แต่พอเราทำงานที่บ้าน ถึงจะไม่ต้องเสียเวลาเดินทางอีกต่อไป แต่เราก็อาจจะต้องใช้เวลากับการทำงานมากขึ้น จนไม่ได้แบ่งเวลาสำหรับการออกกำลังกาย
การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่สำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยลดไขมันสะสม กระชับรูปร่างให้สมส่วนอย่างที่เราต้องการ ช่วยขับเหงื่อ ทำให้ผิวพรรณดี เพิ่มฮอร์โมนที่ดีต่อร่างกายแล้ว ยังช่วยให้หัวใจแข็งแรง กระตุ้นการเต้นของหัวใจ กระตุ้นการสูบฉีดโลหิต อ่านเพิ่มเติม

แนะนำ 4 อาหารที่ควรมีติดบ้าน มีประโยชน์ สุขภาพดี

เชื่อว่าตอนนี้หลายบริษัทเริ่มให้หนุ่มสาวชาวออฟฟิศหันมา ทำงานที่บ้าน หรือ Work from home กันแล้ว ซึ่งกิจวัตรประจำวันของการอยู่บ้านคงหนีไม่พ้นการนั่งทำงานอยู่กับที่นานๆ โดยไม่ได้ขยับร่างกาย หรือไม่ค่อยได้ใช้พลังงาน และกินจุบกินจิบระหว่างวันมากขึ้น จนอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและน้ำหนักขึ้นได้ง่าย หากเราได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์พร้อมอิ่มท้องและสุขภาพดีไปด้วย วันนี้จึงขอแนะนำ 4 อาหารที่ควรมีติดบ้าน เฮลตี้ เหมาะสำหรับการพกติดบ้านไว้ในช่วงนี้กัน

ข้าวโอ๊ต
นับเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหารที่ให้พลังงานสูง มีโปรตีนสูง มีใยอาหารสูงทำให้สามารถดูดซับและช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลได้ดี ช่วยลดความอยากอาหารทำให้อิ่มท้อง ช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงหัวใจและช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดแดง

ไข่ต้ม
อาหารติดบ้านที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก อุดมไปด้วยโปรตีนและสารอาหารอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น มีวิตามินที่ช่วยบำรุงสายตา และช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบสมองด้านความจำและการเรียนรู้ มีธาตุเหล็กที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายให้มีประสิทธิภาพ และช่วยเรื่องการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงให้เป็นไปอย่างปกติ ที่สำคัญคือมีแคลอรี่ต่ำ

กล้วยหอม
ผลไม้ที่ไม่ควรมองข้าม สามารถหาทานได้ง่าย มีวิตามินบี1 และ บี2 ที่มีส่วนช่วยเร่งการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและไขมันในร่างกายให้เป็นพลังงาน มีฟอสฟอรัสสูงช่วยในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง รวมถึงมีวิตามินเอ และสารเบต้าแคโรทีนที่ช่วยบำรุงสายตาและกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทตาได้เป็นอย่างดี อ่านเพิ่มเติม

 

 

(สุขภาพ) จึงทำ บอล & ยอด เพราะรัก

ถ้าพูดถึงรายการที่โด่งดังในตอนนี้ ซึ่งหลายคนรู้จักเป็นอย่างดีกับรายการ ‘หนังพาไป’  ( บอล ) และ ( ยอด ) ที่พาผู้ชมออกเดินทางไปรอบโลกเพื่อไปงานเทศกาลหนัง ร่วมกับพิธีกรคู่หูดูโอ้ ที่นำเสนอผลงานในรูปแบบความบันเทิง สนุก กระตุกต่อมคิด สร้างแรงบันดาลใจ ให้ผู้ชมกล้าฝันและทำให้สำเร็จ และในวันนี้ทั้งยอดและบอลก็มาเผยการดูแลสุขภาพของตัวเองให้ทราบกันด้วย นายพิศาล แสงจันทร์ ( ยอด ) เล่าว่า ผมเป็นคนที่ทำงานตัดต่อเยอะ ค่อนข้างต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ บางครั้งคิดไม่ออก เกิดภาวะเครียด รวมทั้งเริ่มมีอาการปวดหลัง ไม่มีเวลาพักเลย พอนานวันขึ้นร่างกายเริ่มฟ้องว่าไม่ไหว รู้สึกเหมือนไม่สดชื่น ขาดแรงบันดาลใจ และ “รู้สึกตัวเองต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเติมเต็มความสุข ไม่อย่างนั้นร่างกายพังแน่นอน” นี่คือประโยคที่ผมพูดกับตัวเองแล้วหยิบรองเท้าผ้าใบ 1 คู่ พร้อมพาตัวเองออกไปสวนสาธารณะ แล้วเริ่มเดินช้าๆ ไปรอบๆ เส้นทาง ในขณะนั้นสมองก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น เห็นผู้คนมีรอยยิ้มทักทายเรา เรารู้สึกดี ยิ้ม สวัสดี ทักทาย คนแปลกหน้าที่เจอในวันนั้น หลากหลายคน สิ่งเหล่านี้มันเป็นคำถามย้อนกลับมาหาผมว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมานอกจากทำงานแล้ว ผมทำอะไรให้ตัวเองบ้าง หลังจากนั้นความคิดผมเปลี่ยนเริ่มออกมาวิ่งในทุกครั้งที่มีมีเวลา อ่านเพิ่มเติม

เจี๊ยบ ปวีณา ชารีฟสกุล แค่ตั้งใจ อะไรๆ ก็สำเร็จ

“การดูแลสุขภาพไม่มีอะไรยากเลย อันดับแรกต้องตั้งใจก่อน…..ตั้งใจว่าจะมีสุขภาพดี” ความตั้งใจของนักแสดงเจ้าบทบาท เจี๊ยบ ปวีณา ชารีฟสกุล ที่นอกจากจะเห็นเธอตามหน้าจอโทรทัศน์และภาพยนตร์แล้ว เธอยังเคยเป็นนักร้องดังยุค 90 คนหนึ่งด้วย นับว่าเป็นนักแสดงอีกคนหนึ่งที่มีความสามารถหลากหลายและไม่เคยหายไปจากงานในวงการบันเทิง การทำงานในวงการบันเทิงที่เรียกได้ว่า “ไม่เป็นเวลา” มักเป็นอุปสรรคในการดูแลสุขภาพของเหล่าศิลปิน-นักแสดง แต่ไม่ดูแลตัวเองก็ไม่ได้ เธอเล่าว่า ปกติเป็นคนที่กินและนอนไม่เป็นเวลา เมื่อสะสมมากๆ ก็ทำให้สุขภาพไม่ดี เป็นอะไรนิดหน่อยก็ต้องไปหาหมอ บางคนเป็นหวัดเดี๋ยวก็หายซึ่งแตกต่างจากเธอที่ต้องไปหาหมอถึงจะดีขึ้น เลยทำให้ต้องย้อนดูตัวเองว่า ร่างกายคงจะไม่ค่อยดีคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ซึ่งเธอก็รู้อยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไรร่างกายเราถึงจะดีขึ้น จึงเริ่มหันมาดูแลตัวเองอย่างจริงจัง รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและออกกำลังกาย

เธอบอกเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพต่อว่า ต้องดูแลเรื่องอาหารการกิน งดมัน งดหวาน งดเค็ม และกินแป้งให้น้อยลง เช่น จากเคยกิน 1 จาน ก็ให้เหลือแค่ครึ่งจาน แต่จะขาดแป้งเลยก็ไม่ได้ เพราะต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ไม่ทานตอนกลางคืน ไม่ทานก่อนนอน และสำคัญที่สุดคือ การออกกำลังกาย ทุกคนสามารถหาเวลาออกกำลังกายตอนไหนก็ได้ที่ตัวเองสะดวก อ่านเพิ่มเติม

เริ่มต้นที่จุดเล็ก ๆ ไบรอน บิชอพ อายุเป็นเพียงตัวเลขเพื่อสุขภาพดี

หลายคนน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับดารานายแบบรุ่นใหญ่ บุคลิกอบอุ่น ยิ้มง่ายและเป็นกันเอง อย่าง “ ไบรอน บิชอพ” ซึ่งแม้เวลาจะล่วงเลยไป แต่เชื่อว่าใครที่ได้พบเจอต้องบอกกันเป็นเสียงเดียวกันว่า ตัวเลขอายุที่มากขึ้นแต่ทำไมยังดูดี แถมยังหล่อขึ้นด้วยซ้ำ

คุณไบรอน เริ่มบทสนทนาด้วยท่าทีสบาย ๆ ว่า “ผมชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว ยิ่งช่วงนี้ลูก ๆ เขาเรียนว่ายน้ำกัน ผมก็เลยได้โอกาสไปว่ายน้ำกับเขาด้วย ซึ่งการได้ออกกำลังกายกับครอบครัว นอกจากจะได้เรื่องสุขภาพแล้ว ยังได้เรื่องความสนิทใกล้ชิดในครอบครัวอีกด้วย”

นายแบบและนักแสดงมาดเข้ม เล่าว่า เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพของตัวเอง จริง ๆ แล้ว มักจะไม่ได้ทำอะไรที่เรามีความรู้สึกว่ายาก อาจจะด้วยความที่เราออกกำลังกายอยู่แล้วตั้งแต่เด็ก ซึ่งประเภทกีฬาที่เล่นก็ค่อนข้างหลากหลาย เรียกว่าเล่นได้หมด อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่จะนึกถึงอยู่เสมอคือ จะพยายามใส่ใจดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะเราต้องมองไปในอนาคต 5 -10 ปี ข้างหน้าด้วยว่า ตอนที่อายุ 60 ปี เราอยากจะเป็นคนที่มีสุขภาพเป็นอย่างไร พอแก่ตัวไปยังไปไหนมาไหนได้เองหรือเปล่า หรือต้องกลายเป็นคนแก่ที่แค่เดินขึ้นบันไดก็เป็นเรื่องยากแล้ว

ไบรอน บิชอพ ชวนคิดต่อว่า การที่จะมีสุขภาพดีในระยะยาวนั้น อบายมุขต่างๆ เช่น เหล้าบุหรี่ก็ต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยว เพราะเป็นสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพโดยตรง หลายคนสูบบุหรี่มาเป็นสิบปี พอแก่ตัวลงเห็นได้ชัดเจนเลยว่า สุขภาพของเขาแย่กว่าคนรุ่นเดียวกัน ดังนั้น ถ้าใครอยากสุขภาพดีก็ต้องลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า พอเราอายุ 60 ปี เราอยากจะเป็นคนที่มีสุขภาพแบบไหน อ่านเพิ่มเติม