ประโยชน์ของ ขิง ไอเดียการกินการใช้เพื่อสุขภาพ และข้อควรระวัง

ขิง (Ginger) เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่โดดเด่นเรื่องรสชาติ และกลิ่น ไม่ว่าจะนำมาแปรรูปทำเป็นเครื่องดื่ม หรือเป็นเมนูของหวาน ต่างก็ล้วนให้สรรพคุณที่ดีต่อร่างกายทั้งสิ้น

ข้อมูลทั่วไปของขิง
ขิง เป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิง (Zingiberaceae) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Zingiber officinale Roscoe” และมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีก เช่น ขิงแกลง ขิงแดง ขิงเผือก สะเอ
ลักษณะของขิง เป็นพืชมีเหง้าใต้ดินเป็นข้อๆ เนื้อในสีขาว หรือเหลืองอ่อน ปลายสุดของข้อจะเป็นที่แทงยอด หรือลำต้นเทียม ลำต้นสูงพ้นพื้นดินขึ้นมา 50-100 เซนติเมตร มีกาบ หรือโคนใบหุ้ม
ลักษณะใบของขิง เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันเป็นสองแถว ใบรูปหอก ปลายใบสอบเรียวแหลม โคนใบสอบแคบ และจะเป็นกาบหุ้มลำต้นเทียม
ตัวดอกของชิงมีลักษณะเป็นช่อทรงกระบอก แทงขึ้นมาจากเหง้า กลีบดอกสีเหลืองอมเขียว อุ้มน้ำ และหลุดร่วงไว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ส่วนปลายกลีบผายกว้างออก ใบประดับสีเขียว มีแต้มแดงตรงโคน ดอกเกสรผู้มี 6 อัน ผลแห้ง แข็ง มี 3 พู
ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ
เหง้า สรรพคุณ รักษาอาการแน่นจุกเสียด และอาการอาเจียน
สารสำคัญที่ออกฤทธิ์
อนุพันธ์ของ Gingerol Shogaol และ Diarylheptanoids มีฤทธิ์ต้านการอาเจียน และช่วยขับลม
สารในน้ำมันหอมระเหย เช่น Menthol Cineole มีผลลดอาการจุกเสียดได้

คุณค่าทางโภชนาการของขิง
ขิง 100 กรัม ให้พลังงาน 25 กิโลแคลอรี่ และให้คุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้
โปรตีน 0.4 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 4.4 กรัม
ไขมัน 0.6 กรัม
เส้นใยอาหาร 0.8 กรัม
เหล็ก 1.2 มิลลิกรัม
แคลเซียม 18 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม
เบต้า-คาโรทีน 10 ไมโครกรัม
วิตามินซี 1 มิลลิกรัม
ไธอะมีน 0.02 มิลลิกรัม
ไนอะซีน 1 มิลลิกรัม
ไลโบฟลาวิน 0.02 มิลลิกรัม อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *